ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
bulletBangburd Resort
bulletOne day trip package
dot
dot
bulletทัวร์ดำน้ำชมปะการังเกาะทะลุ
bulletแพคเกจดำน้ำเกาะทะลุ2วัน1คืน
bulletแพคเกจดำน้ำเกาะทะลุ3วัน2คืน
bulletแพคเกจตกหมึก อิ่ม อร่อย
dot
dot
bulletบางเบิดรีสอร์ท
bulletDeluxe Room
bulletStandard Room
bulletบางเบิดซีฟู๊ด
bulletห้องประชุม สัมนา
bulletเรือท่องเที่ยวดำน้ำ-ตกหมึก
bulletบรรยากาศดีๆ ที่หาดบางเบิด
dot
dot
bulletเกาะทะลุ สวรรค์ของนักดำน้ำ
bulletเนินสันทราย ไม่ไปไม่รู้
bulletหาดบางเบิด ความทรงจำดีๆ
bulletน้ำตกทาร์ซาน
bulletศูนย์วิจัยหม่อมเจ้าสิทธิพรกฤดากร
bulletน้ำตกไทรคู่
bulletโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ หาดบางเบิด
bulletพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ
bulletหาดผาแดง
bulletน้ำตกห้วยยาง
bulletวัดแก้วประเสริฐ
bulletวัดเขาถ้ำม้าร้อง
bulletเพลินวาน หัวหิน
bulletพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ
bulletด่านสิงขร
bulletเขาบางเบิด
bulletถ้ำบางเบิด
bulletอุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอ
bulletศาลหลักเมืองประจวบ
bulletวังไกลกังวล
bulletวัดห้วยมงคล
bulletถ้ำเพชรทรายทอง
bulletเกาะในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
dot
dot
bulletปะการังที่สามารถพบได้
bulletปลาสวยงามที่เกาะทะลุ
bulletเตรียมตัวเที่ยวทะเล
bulletเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้พร้อม
bulletการฝึกใช้อุปกรณ์ดำน้ำ
bulletเทคนิคการดำน้ำ
bulletข้อควรปฏิบัติในการดำน้ำ
bulletวิธีแก้อาการเมาเรือ
bulletหอยเม่นตำเท้าทำไงดี
dot
dot
bulletเดินทางโดยรถยนต์
bulletเดินทางโดยรถทัวร์
bulletเดินทางโดยรถไฟ
dot
dot
bulletภูกระดึง จังหวัดเลย
bulletเกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
bulletศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร
dot
dot
bulletร้านลมทะเล
bulletP2N ทับสะแก
bulletBendi บาหลี
dot
dot
bulletเว็บไซต์เพื่อนบ้าน 1
bulletเว็บไซต์เพื่อนบ้าน2
dot
dot
bulletถามมา - ตอบไป
bulletกระดานสนทนา
bulletแจกโปรแกรมต่างๆ
bulletSitemap
dot

dot
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน


ดำน้ำเกาะทะลุ


ภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง article

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย

ผาหล่มสัก ภูกระดึง

ผาหล่มสัก ภูกระดึง

  หลายๆคนที่ยังไม่เคยไปภูกระดึงคงเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับภูกระดึงมาบ้างไม่มากก็น้อย ว่าภูกระดึงเปรียบเสมือนสถานที่พิสูจน์รักแท้ แต่จะพิสูจน์รักแท้อย่างไร คุณจะไม่มีวันได้รู้เลยถ้าคุณไม่ได้ไปพิสูจน์ด้วยตนเอง

  ใครที่จะไปภูกระดึงก็คงจะต้องศึกษาข้อมูลกันให้ดีๆเสียก่อนนะครับ เพราะมันไม่ได้เปิดตลอดทั้งปี โดยเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึง 31 พฤษภาคมของทุกปี และจะปิดเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ไปจนถึง 30 กันยายนของทุกปี และไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาจะเดินเฉิดฉายขึ้นไปแต่โดยง่าย เพราะชื่อมันก็บอกแล้วว่าภูกระดึง ก็ต้องอยู่บนยอดภูจริงมั้ย !! คุณจะต้องเตรียมตัวให้ดี ประมาณว่านักเรียนมัธยมเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือนักกีฬาเตรียมลงแข่งขันโอลิมปิกเลยเชียวล่ะ คิดว่าผมเวอร์ไปมั้ยเนี่ย -*- แต่ไม่ต้องตกใจไปครับ ผมอาจจะเขียนแนวข่มขู่ แต่จริงๆแล้วเจตนาดี ซึ่งผมได้รวบรวมทุกๆอย่างเกี่ยวกับภูกระดึง คล้ายๆว่าเป็นคำภีร์เที่ยวภูกระดึงฉบับสมบูรณ์ซะเลยก็ได้ โดยรวบรวมลายละเอียดไว้มากที่สุด ละเอียดที่สุด แต่ไม่มีภาพสถานที่สวยๆให้ชมนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าสปอยล์ อยากจะให้ไปชมกันด้วยตนเองมากกว่า หากใครอ่านหน้านี้จบ ก็จะเที่ยวภูกระดึงได้สบายๆ ไม่ติดขัดแน่นอน ย้ำว่า ถ้าไม่อยากมีปัญหาในการเที่ยวภูกระดึงต้องอ่านให้จบนะตัวเอง เอ้อ! ให้ดีปริ้นติดมือมานอนท่องให้ขึ้นใจเลยก็ได้ อาจจะยาวไปนิดแต่ได้เที่ยวแบบสนุก หมดห่วงแน่นอน จุ๊บๆ ^^"

ภูกระดึง

ถ้าไม่โหดจริงก็คงไม่ต้องมีเจ้าใบนี้ ..

มาขู่กันก่อน !!

  ถ้าจะไปภูกระดึง สิ่งแรกที่คุณจำเป็นจะต้องรู้ก็คือ จะต้องรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน จริงๆแล้วหลายๆคนรวมถึงผมด้วย คิดว่าภูกระดึงต้องอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย แต่คุณคิดผิดครับ ภูกระดึงตั้งอยู่ในภาคอีสาน โดยอยู่ที่อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย โดยอุทยานแห่งชาติภูกระดึงตั้งอยู่บนภูเขาสูง มีลักษณะเป็นภูเขาหินทราย สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,288 เมตร ทางเดินขึ้นจะค่อนค่างสูงและชัน โดยต้องเดินทางผ่านป่าหลายลักษณะ ผ่านซำต่างๆซึ่งจะมีจุดพักและจุดร้านค้าขายของเป็นระยะ โดยจากที่ทำการอุทยานด้านล่างขึ้นไปสู่ยอดภูมีระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร เหมือนจะน้อยนะ ลองคิดเองเอง เดิน 5.5 กิโลก็เหนื่อยแย่แล้ว นี่ยังต้องเดินขึ้นเขาอีกคุณต้องอึดพอสมควรเลยล่ะ แต่เมื่อขึ้นไปถึงบนยอดภูแล้วจุดแรกที่ไปถึงมีชื่อเรียกว่าหลังแป จะมีลักษณะเป็นที่ราบอย่างไม่น่าเชื่อ เสมือนเป็นภูเขาหลังตัด มีจุดชมวิวและจุดพัก แต่ก็อย่างเพิ่งดีใจไปล่ะ ถึงแม้จะมีป้ายบอกว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง" ก็จริงแต่การเดินทางมันยังไม่ได้สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ ผมอนุญาตให้คุณนั่งพักดื่มน้ำและถ่ายรูปกับความสำเร็จขั้นแรกเล็กๆน้อยๆของคุณก่อน และเมื่อคุณพร้อม คุณก็จะต้องเดินทางราบอีก 3.5 กิโลเมตรเพื่อเดินไปยังที่ทำการอุทยานที่คุณจะใช้เป็นที่พัก เป็นยังไงล่ะ มาวันแรกก็เดินไปเกือบ 10 กิโลแล้ว นี่ตกลงมาเที่ยวหรือมาเข้าค่ายลูกเสือเดินทางไกลกันแน่เนี่ย

เอาล่ะ เริ่มกันเลย !!

  ขู่มาซะเยอะ จริงๆมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเท่าไรหรอก มั้ง !! อย่าเพิ่งเปลี่ยนใจกันล่ะ ฮ่า ฮ่า การไปภูกระดึงมีหลายวิธี หลายๆท่านคงอยากจะทราบกันแล้วว่าจะเดินทางไปกันวิธีไหนดี ดังนั้นผมขอเริ่มการเดินทางจากกรุงเทพนะครับ เพราะเป็นจุดเริ่มของการเดินทางโดยรถโดยสารส่วนใหญ่

  • การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง

  หรือภาษาบ้านๆก็คือรถทัวร์นั่นเอง ซึ่งตัวผมเองก็เลือกที่จะเดินทางโดยวิธีนี้เพราะคิดว่าวิธีนี้แหละที่สะดวกที่สุด และผมจะอธิบายได้ละเอียดที่สุด โดยการเดินทางไปยังภูกระดึงนั้นต้องจองตั๋วรถทัวร์ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสายเหนือหรือที่เรียกกันติดปากว่าหมอชิต ช่องขายตั๋วอยู่บริเวณชั้น 3 โดยซื้อตั๋วระบุว่าลงที่ผานกเค้า ซึ่งมีรถทัวร์ประมาณ 3 ถึง 4 บริษัทให้เลือกได้แก่ นครชัยแอร์ บขส. แอร์เมืองเลย และภูกระดึงทัวร์ โดยอันหลังสุดเป็น รถแบบ ป.2 นะครับระวังซื้อผิดกันล่ะ  แต่ถ้าจะให้แนะนำก็ขอแนะนำ 2 อันแรก บริการดี รถใหม่สะอาด ไม่ผิดหวังแน่ๆ เพราะอันอื่นโดยเฉพาะอันที่ 3 ผมก็ลองค้นหาข้อมูลในเน็ทดูก่อนเดินทางเหมือนกัน เห็นถูกวิจารณ์ในเน็ทเยอะมากๆว่าบริการไม่ดี ประมาณว่ามีชื่อเสียงเลยล่ะ แต่ผมก็ยังไม่ปักใจเชื่อ คงไม่ใช่ทุกคันหรอกมั้งต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง ก็เลยไปลองของ ผมจึงได้ค้นพบว่ามันจริงอย่างที่เขาพูดว่ะ มันเป็นยังไง เยี่ยมขนาดไหนคงต้องสร้างเว็บเพจอีกหน้ามาแตกประเด็นกันเลยทีเดียว

  ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป ถ้าเป็นรถ ป.1 ธรรมดาราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 380 บาท  ถ้าเป็นรถ  VIP 32 ที่นั่ง ราคาประมาณ 450 บาท และถ้าเป็นแบบ  VIP 24 ที่นั่ง ราคาประมาณ 560 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามราคาน้ำมันในขณะนั้นนะครับ) แนะนำให้จองเที่ยวขากลับด้วยเลย แต่บางบริษัทก็ไม่ให้จองนะ ไม่อยากเผา เดี๋ยวเขาฟ้องเอา อิอิ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง แนะนำให้ออกเดินทางประมาณ 3 - 4 ทุ่ม เพราะจะได้ถึงที่ผานกเค้าตั้งแต่เช้ามืด จะได้มีเวลาเตรียมตัวกันก่อน ซึ่งเมื่อถึงผานกเค้ารถทัวร์จะเรียกลงเองครับ ไม่ต้องกลัวหลับเพลิน ให้หลับให้เยอะที่สุด หลับตั้งแต่ขั้นรถไปเลย เพราะต้องเตรียมแรงไว้ หรือถ้าใครจะไม่หลับ อยากลองของก็ได้นะ แต่อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน !! 

  และเมื่อเดินทางถึงผานกเค้าแล้วรถจะจอดบริเวณร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับภูกระดึง แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อ ถ้าจะซื้อก็ซื้อเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนพวกของฝากค่อยซื้อเอาขากลับนะ ไม่งั้นต้องแบกขึ้นภูแล้วก็ต้องแบกลงภูอีก เอาเป็นว่า ใจเย็นๆกันก่อนเน้อเดี๋ยวจะเหนี่อยโดยใช่เหตุ เพราะตอนเดินขึ้นเขา แม้แต่ฟางเส้นเดียวคุณก็จะไม่อยากแบก (ขู่อีกแล้ว 555) โดยร้านที่มีชื่อที่สุดในแถบนั้นก็ชื่อว่าร้านเจ๊กิม เป็นร้านขายอาหาร ประมาณข้าวราดแกง และขายของฝาก ซึ่งเป็นจุดพักรถและเป็นจุดขายตั๋วของแอร์เมืองเลยด้วย ถ้าใครไม่มีตั๋วกลับก็แนะนำให้จองตั๋วที่นี่แหละครับ เริ่มขายตั๋วเวลา 5.30 น. จองซะเลยเดี๋ยวรถเต็ม จะหาทางกลับกันไม่เจอ

  >> อันนี้ขออวยหน่อยครับ ร้านเจ๊กิม บริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และที่สำคัญ ด้านหลังร้านเปิดให้บริการเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ฟรี!!  มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวจำนวนหลายห้อง ย้ำอีกครั้งว่า ฟรี!! ถึงแม้จะไม่ได้สะอาด สวยงามสักเท่าไร แต่เขาก็ให้บริการ ฟรี!! คนไทยชอบของ ฟรี!! ซึ่งผมก็ได้ไปใช้บริการอยู่ ขอขอบพระคุณร้านเจ๊กิมอีกครั้งครับ ที่มีน้ำใจให้กับนักท่องเที่ยวตาดำๆทั้งหลาย ขอบคุณครับ ( ผมมาอวยให้แล้วนะเจ๊ *0* )

  มากลับเข้าเส้นทางกันต่อ มาเดินป่าแต่ชอบออกทะเลไม่รู้เป็นอะไร -*- เมื่อถึงแล้วก็เตรียมตัวล้างหน้าแปรงฟัน เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน เพราะเราจะต้องเดินทางกันต่อ เวลา คราวนี้เราต้องเดินทางโดยรถแดงสองแถว เพื่อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยวินจะอยู่บริเวณข้างๆร้านเจ๊กิม เปิดให้บริการคันแรกประมาณ 6.00 น. ค่าโดยสารคนละ 20 - 25 บาท รถเต็มถึงจะออก แต่ถ้าใครไม่อยากจอยกับคนอื่น หรือขี้เกียจรอก็สามารถเหมาไปได้ในราคา 300 บาท/คัน ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 20 นาที ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอภูกระดึง ช่วงนี้แหละที่หนาวจับใจ ควักเสื้อกันหนาวมาใส่ได้เลย รถจะมาส่งที่ทางเข้าอุทยานเลย เมื่อมาถึงก็ลงจากรถแล้วไปติดต่อเรื่องที่พักกับทางอุทยานได้เลย

  • การเดินทางโดยรถไฟ

  วิธีนี้ผมไม่ค่อยถนัดนะครับ เพราะปกติผมไม่ค่อยชอบเดินทางด้วยรถไฟเท่าไร ทั้งๆที่เป็นวิธีเดินทางที่หลายๆคนบอกว่าปลอดภัยที่สุด โดยเริ่มจากกรุงเทพเช่นกัน ไปลงที่จังหวัดขอนแก่น จากนั้นก็ต่อรถโดยสารสายขอนแก่น-เลย มาลงที่ตลาดหน้าที่ว่าการอำเภอภูกระดึง แล้วก็ต่อรถเมล์เล็ก หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งอยู่บริเวณหน้าอำเภอนั่นล่ะไปยังที่ทำการอุทยาน โดยเป็นรถ 3 ล้อแบบมอเตอร์ไซค์ สามารถนั่งได้ 4 - 5 คน เหมาในราคาไม่เกิน 100 บาทแล้วแต่ความสามารถในการต่อรอง เดินทางอีกประมาณ 3-4 กิโลเมตรจากหน้าอำเภอไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง แล้วจึงไปติดต่อที่ทำการอุทยานก่อนขึ้นภู

  • การเดินทางโดยรถส่วนตัว

  เอ่อ คือว่าคือ ยังไงดีล่ะ ไม่รู้จะบอกยังไง แนะนำเส้นทางไม่ถูกเพราะไม่ใช่คนพื้นที่ แต่พอจะมีข้อมูลคร่าวๆมาบอกครับ คือโดยปกติแล้วทางไปภูกระดึงมีอยู่ 3 เส้นทาง แต่จริงๆแล้วก็ไม่เคยไปซักกะทาง

-  เส้นทางแรก จากสระบุรีเลี้ยวขวาไปทางชัยภูมิ โดยมีระยะทางสั้นที่สุดราวๆ 500 กิโลเมตร แต่เห็นเขาบอกว่าทางแคบ โค้งเยอะ มันคล้ายๆทางลัด ขับยากนิดนึงนะครับ

- เส้นทางที่สอง จากสระบุรีตรงไปผ่านทางเพชรบูรณ์-น้ำหนาว ระยะทางไกลกว่าเดิม ประมาณ 550 กิโลเมตร เส้นทางนี้แนะนำให้เดินทางไปตอนกลางวันนะครับ เพราะสองข้างทางวิวสวย

- เส้นทางสุดท้าย จากสระบุรีเลี้ยวขวาเหมือนกับทางแรก แต่ตรงไปโคราช-ขอนแก่น เส้นทางนี้ถนนดี แต่ว่าต้องเดินทางอ้อมไกลกว่าเส้นทางอื่นๆ ซึ่งระยะทางก็ประมาณ 600 กิโลเมตร

  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าคิดจะเดินทางไปโดยรถส่วนตัวก็ขอให้ถึงภูกระดึงก่อนเวลาขึ้นเขาอย่างน้อยสัก 5 ชั่วโมงก็ยังดี หาห้องพักราคาถูกใกล้ๆภูกระดึงนอนพักเอาแรงเสียก่อน ขับรถมาทั้งคืนแล้วถ้าต้องไปขึ้นภูเลยเกรงว่าจะไม่ไหว เป็นลมตกภูขึ้นมาล่ะจะแย่ คิดจะเที่ยวก็ต้องพร้อมทั้งรถทั้งคนนะครับ

  เมื่อมาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึงแล้วก็รีบไปติดต่อ ทางอุทยานมีที่จอดรถให้หรับผู้ที่นำรถมาเอง และขึ้นไปค้างคืนบนยอดภูกระดีง ซึ่งทางอุทยานจะแยกโซนไว้และดูแลให้อย่างดี ไม่ต้องห่วงเลยครับ

เตรียมอุปกรณ์

  หลังจากที่ได้รู้ข้อมูลและได้เลือกวิธีการเดินทางไปภูกระดึงกันเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราก็มาเตรียมอุปกรณ์เพื่อไปลุยภูกระดึงกันเลย ต้องขอบอกลักษณะของภูกระดึงกันก่อนนะครับ บนภูกระดึง ไม่ได้เป็นป่าอย่างเดียว ปัจจุบันเริ่มมีความเจริญลามขึ้นไปถึงยอดภูแล้วล่ะ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงมีน้ำประปาและไฟฟ้าด้วย ดังนั้นไม่ต้องคิดจะเตรียมอาหารขึ้นไปทำทานข้างบนหรอกนะครับ เพราะเขาไม่ให้ก่อกองไฟห้ามทุกกรณีไม่มีข้อยกเว้น ร้านอาหารเขาก็มี รสชาติอร่อย แม่ค้าก็ใจดีมากๆ ( คนบนภูใจดีทุกคนจริงๆครับ นอกจากมีความสุขกับธรรมชาติแล้วก็มีความสุขกับอัธยาศัยของคนนี้แหละ ^^ ) แถมราคาถูกกว่าตามห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพอีก ทั้งๆที่เขาต้องแบกขึ้นมาขาย แต่ทำไมเขายังขายได้ถูกกว่าบนห้างล่ะ

อุปกรณ์ที่จำเป็นในการไปเที่ยวภูกระดึง (เอาเฉพาะที่จำเป็น) ที่ต้องเตรียมมาจากบ้านเลย ซึ่งผมได้รวบรวมไว้คร่าวๆดังนี้

1. เงิน (สำคัญที่สุดอันดับ 1 ถ้าคุณไม่เอาเงินไป ก็อย่าไปเลยจะดีกว่า)  

2. รองเท้าผ้าใบ (เอาแบบที่กระชับ ถ้าซื้อมาใหม่ทางที่ดีใส่ให้ชินซะก่อน อย่าให้มันไปกัดคุณบนภูล่ะ โดนกันมาหลายคนแล้ว)

3.รองเท้าแตะ (เอาไว้ใส่บนยอดภูนะครับ เอาไว้ใส่เดินสบายๆ หรือเวลาไปเข้าห้องน้ำ แต่ระวังเจ้าทากด้วยนะ มันจ้องคุณอยู่)

4. ถุงเท้า (เตรียมไปเลย 2-3 คู่ เพราถึงบนยอดภูแล้วคุณคงจะเหนื่อยจนไม่คิดจะซักมันหรอก)

5. เสื้อผ้าที่จำเป็น (ย้ำว่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าเอาไปเยอะ แต่เน้นให้เอากางเกงขายาวและเสื้อกันหนาวไปด้วยนะ)

6. ไฟฉาย (จำเป็นมากๆ เพราะจะต้องใช้เวลาเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และใช้ตอนกลับจากชมพระอาทิย์ตก)

7. กล้องถ่ายรูป (บางคนอาจจะคิดว่ามันไม่สำคัญแต่สำหรับผม ขาดมันไม่ได้)

8. ขนมขบเคี้ยวหรือลูกอม (ทริปเดินทางไกลของคุณ หากคุณเหนื่อยล่ะก็ของพวกนี้ช่วยคุณได้)

9. ยารักษาโรค (ถ้าคุณมีโรคประจำตัวก็อย่าลืมพกยาติดกระเป๋าไปล่ะ รวมไปถึงยาดม และยานวดแก้ปวด คุณได้ใช้แน่ๆ)

10. หมวก (จริงๆก็ไม่จะเป็นเท่าไรหรอก แต่สำหรับสาวๆอาจมีบางช่วงที่แดดแรง พกหมวกไปด้วยผิวจะไม่เสีย)

11. ถุงขยะ (เอาไว้ใส่ขยะที่เราใช้ เพื่อนำกลับมาทิ้งด้านล่าง รวมถึงใส่เสื้อผ้าที่ใส่แล้วด้วยครับ)

12. อุปกรณ์สื่อสาร (เช่นโทรศัพท์เอาไว้ใช้ติดต่อสื่อสารหรือขอความช่วยเหลือเวลามีเหตุฉุกเฉิน)

ส่วนรายการอื่นๆสามารถหาซื้อหาเช่าได้จากบนภูกระดึงครับ ทั้งถุงกันทาก โลชั่นกันยุง แผนที่ หรือแม้แต่เครื่องนอน ทั้งถุงนอน หมอน ผ้าห่ม รวมถึงเต็นท์ ไม่ต้องห่วงครับ

เตรียมร่างกายและจิตใจ

  เอาล่ะ ถึงแม้ว่าจะเตรียมของพร้อมแล้วก็ใช่ว่าคุณจะขึ้นภูได้โดยสะดวก คุณจะต้องมีกำลังขาที่แข็งแกร่ง และจิตใจที่แน่วแน่ถ้าหากคุณต้องการจะพิชิตภูกระดึงจริงๆ บอกได้เลยว่ามันโหดมาก หากคุณคิดจะไปภูกระดึง คุณจะต้องฟิตซ้อมร่างกายอย่างหนัก โดยเฉพาะช่วงล่างของคุณ ก่อนไปขอให้ออกกำลังกายก่อนล่วงหน้าสัก 2 อาทิตย์หรือจนกว่าคุณคิดว่าคุณพร้อมแล้ว จะวิ่งหรือปั่นจักรยานก็ได้ แต่แนะนำให้วิ่งจะดีที่สุด เพื่อให้ร่ายกายแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมที่จะฝ่าฟันกับอุปสรรค์ที่คุณจะต้องพบ เพราะผมคิดว่าคุณคงไม่อยากขึ้นถึงยอดภูเป็นคนสุดท้ายหรอกนะ

  ผมจะอธิบายอีกครั้งว่าทำไมกะอีแค่ขึ้นภูกระดึงมันต้องเตรียมตัวอะไรขนาดนั้น เพราะว่าเป็นการเดินทางชัน ที่มีระยะทางถึง 5.5 กิโลเมตร และเดินทางราบกางแดดอีก 3.5 กิโลเมตร ซึ่งรวมแล้วก็ 9 กิโลเมตรเต็มๆ แค่เดินธรรมดายังเหนื่อยเลย ดังนั้นก็ต้องทำร่างกายให้พร้อม เพราะการเดินขึ้นที่สูงชันนั้น ร่างกายจะต้องออกแรงมากกว่าปกติถึง 15 เท่า แถมจะต้องรีบทำเวลาเพื่อไปให้ถึงก่อนมืด ดังนั้นการทำร่างกายให้พร้อมจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ถ้าคุณไม่อยากเดินขึ้นแล้วต้องเดินกลับลงมาโดยที่คุณไม่ได้เป็นผู้พิชิตภูกระดึง ซึ่งโดยปกติแล้วทางอุทยานจะไม่ให้ขึ้นภูหลังจาก 14.00 น. เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

เตรียมขึ้นภู

  พร้อมแล้วทั้งร่างกาย จิตใจ และสัมภาระก็ออกเดินทาง และเมื่อมาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึงแล้ว สิ่งที่ต้องทำมีดังนี้

1. ติดต่อขอเช่าเต็นหรือบ้านพักบนภูกระดึงกับทางเจ้าหน้าที่ หรือนักท่องเที่ยวที่ได้ติดต่อจองไว้ก็ให้มายืนยัน ณ อาคารติดต่อที่พัก ซุ้มหมายเลข 1

2.หากในกรณีที่นำเต็นท์มาเอง ต้องชำระค่าขอใช้สถานที่เพื่อกางเต็นท์ในอัตรา 30 บาท/คน/คืน ณ อาคารซุ้มหมายเลข 2

3.หากนักท่องเที่ยวท่านใด นำสิ่งที่จะกลายเป็นขยะ เช่นพลาสติก ขวดแก้ว หรือขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้มาด้ว ท่านจะต้องติดต่อมัดจำบรรจุภัณฑ์ต่างๆตามที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้กำหนดไว้ เป็นจำนวนเงิน 40 บาท และวันลงเขาให้นำขยะเหล่านั้นมาติดต่อรับมัดจำคืน พร้อมทั้งอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะออกใบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ที่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้อีกด้วย โดยติดต่อได้ที่ซุ้มหมายเลข 3

4.ติดต่อจ้างลูกเห็บ เอ้ย!! ลูกหาบเพื่อแบกสัมภาระ ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท โดยติดต่อชั่งน้ำหนักและซื้อบัตรติดกระเป๋าในราคาใบละ 5 บาท ได้ที่ซุ้มหมายเลข 4 (แนะนำว่าอย่าขี้เหนียว อะไรที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้ระหว่างทางก็จ้างลูกหาบแบกไปเถอะ ให้ติดตัวไว้เฉพาะของที่มีค่าหรือสามารถบุบแตกสลายได้ พอถึงเวลาเดินจริงๆ แม้แต่ฟางเส้นเดียวก็ยังไม่อยากจะแบก) โดยชำระเงินค่าลูกหาบบนยอดภู

5.ชำระค่าธรรมเนียมเดินขึ้นเขาได้ที่ซุ้มหมายเลข 5 จำหน่ายบัตรค่าธรรมเนียมในราคาผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติเด็ก 100 บาท และชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท ส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป สามารถแสดงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันอายุ และรับสิทธิขึ้นเขาได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

  โดยศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีทั้งบนยอดภูกระดึง และบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่ด้านล่าง โดยให้บริการข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติภูกระดึง นักท่องเที่ยวที่สนใจรับข้อมูล สามารถเข้ามาขอรับบริการข้อมูลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น.

 พร้อมแล้ว ขึ้นภูกันเลย !!

  หลังจากฟิตซ้อมร่างกายอยู่นานก็ได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองเสียที เมื่อเราดำเนินเรื่องกับทางเจ้าหน้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาออกเดินทาง ซึ่งทางที่ดี เราควรออกเดินทางแต่เช้าเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรีบ แถมอากาศก็เย็นสบายด้วย แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบขึ้นเขา เพื่อความกระชับและป้องกันหารลื่นล้มขาแพลง เวลาเดินทางขึ้นเขาเราจะต้องออกแรงมากกว่าปกติอยู่แล้ว เวลาก้าวขึ้นเขาควรก้าวด้วยความระมัดระวัง ควรหาที่เหยียบให้มั่น ก้าวช้าๆ สูดหายใจลึกๆเพื่อให้อ๊อกซิเจนเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ พยายามกิ่งไม้หรือต้นไม้ที่สามารถยึดเกาะหรือพยุงตัวเพื่อดึงตัวเองขึ้นเพราะจะได้ช่วยผ่อนแรง ไม่ให้ขาต้องรับภาระหนักจนเกินไป เมื่อเหนื่อยก็ควรหาจุดเหมาะๆนั่งพัก ไม่ควรฝืนเดินรวดเดียวเพราะจะทำให้ร่างกายล้า เดินไปพักไม่ อย่ารีบ ซึ่งระหว่างทางเดินจะมีจุดแวะพักต่างๆ มีชื่อเรียกขึ้นต้องด้วยคำว่า "ซำ"ซึ่งแต่ละซำจะมีป้ายบอกว่าเราอยู่ตำแหน่งไหนแล้ว อีกกี่เมตรจะถึงซำต่อไป และบางซำจะมีร้านอาหาร และห้องน้ำไว้ให้บริการ ซึ่งราคาอาหารจะค่อยๆแพงขึ้นตามระยะทางครับ ส่วนใครที่กังวลเรื่องทากนั้นขอยินดีด้วย เพราะช่วงการเดินทางขึ้นไปยังยอดภูกระดึงนั้นแทบจะไม่มีทากเลย (แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีนะครับ) สามารถใส่กางเกงขาสั้นได้ ส่วนพวกเสื้อกันหนาว หมวกกันหนาว หรือผ้าพันขอ ขอร้องว่าเอาเก็บไปเถอะครับ เพราะเมื่อออกเดินไปนิดเดียวของเหล่านั้นจะกลายเป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการในทันที

แผนที่ทางขึ้นภูกระดึง

  • ปางกกค่า จากฐานที่ทำการไปยังปางกกค่า ซึ่งจากอุทยานภูกระดึงขึ้นไปยังจุดแรกมีชื่อเรียกว่าปางกกค่า ระยะทาง 800 เมตร ซึ่งเป็น 800 เมตรที่โหดมาก ร่างกายอาจจะยังปรับตัวกับทางชันไม่ทัน ทำให้เราเหนื่อยมากๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ช่วงที่เหนี่อยที่สุดในการเดินทางขึ้นยอดภูกระดึงก็จะมี 2 ชาวงนั่นคือจากฐานไปยังปางกกค่า และจากซำแคร่ไปยังหลังแป  โดยปางกกค่ายังไม่มีร้านค้าให้บริการ จึงต้องเดินต่อไปยังซำแฮก
  • ซำแฮก จากปางกกค่าไปยังซำแฮก ระยะทางประมาณ 200 เมตรก็จะมาถึงซำแฮก ที่ซำแฮกมีจุดชมวิว รวมถึงร้านอาหารและห้องน้ำไว้ให้บริการ โดยราคาอาหารก็ยังไม่แพงเท่าไรนัก โดยนักท่องเที่ยวมักจะล้อเลียนซำแฮกว่ามีหวามหมายเหมือนอาหารหอบแฮกๆ แต่ที่จริงแล้วคำว่าแฮกมีความหมายมาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในภาษาท้องถิ่น
  • ซำบอน จากซำแฮกไปยังซำบอน ระยะทางประมาณ 700 เมตร ที่มีชื่อว่าซำบอนเพราะมีต้นบอนขึ้นเยอะในบริเวณนี้
  • ซำกกกอก จากซำบอนไปยังซำกกกอก ระยะทางประมาณ 360 เมตร ที่ชื่อซำกกกอกเพราะมีต้นมะออกขึ้นเยอะ เป็นมะกอกที่ใช้ใส่ในส้มตำ เดินไปบางจุดก็จะพบเห็นลูกมะกอกหล่นอยู่ตามพื้นเป็นจำนวนมาก 
  • ซำกอซาง จากซำกกกอกไปยังซำกอซาง ระยะทางประมาณ 200 เมตร บางจุดก็ต้องขึ้นเขา บางจุดก็ต้องลงเขา บางจุดมีบันไดให้ปีนป่าย บั่นทอนกำลังขาของเราได้เป็นอย่างดี 
  • พราพร่านแป จากซำกอซางไปยังพรานพร่านแป ระยะทางเพียง 140 เมตร ทางไม่โหดเท่าไร เดินแป๊บเดียวก็ถึง
  • ซำกกหว้า จากพรานพร่านแปไปยังซำกกหว้า ระยะทางประมาณ 440 เมตร จุดนี้มีต้นหว้าขึ้นเยอะจึงเป็นที่มาของชื่อซำกกหว้า
  • ซำกกไผ่ จากซำกกหว้ามายังซำกกไผ่ระยะทางประมาณ 460 เมตร ที่ซำกกไผ่มีต้นไผ่ขึ้นอยู่เรียงราย
  • ซำกกโดน จากซำกกไผ่มายังซำกกโดน ระยะทางประมาณ 300 เมตร
  • ซำแคร่ จากซำกกโดนมายังซำแคร่ระยะทางประมาณ 450 เมตร ซึ่งที่ซำแคร่ถือเป็นซำสุดท้ายที่จะมีอาหารขาย ขอให้พักที่นี่เสียให้เต็มที่ สั่งอาหารทานเต็มที่ เพราะต่อจากนี้จะไม่มีจุดให้พักอีกแล้วจนกว่าจะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งก็ห่างจากที่นี่กว่า 4,850 เมตร เข้าห้องน้ำทำธุระและเตรียมซื้อน้ำดื่มเพื่อไปลุยยังจุดที่ยากที่สุดของภูกระดึงกัน
  • หลังแป จากซำแคร่มายังหลังแประยะทางประมาณ 1,300 เมตร ซึ่งจัดว่าเป็นช่วงที่โหดที่สุดในการเดินทางก็ว่าได้ เพราะเนื่องจากระยะทางจะไกลมากแล้ว ยังมีความชันมากกว่าจุดอื่น มีบันไดเหล็กสูงชันอยู่หลายจุด โดยจะต้องเดินทางด้วยความระมัดระวัง และเมื่อเดินทางมาจนถึงหลังแปแล้วจะมีป้ายแสดงความยินดีว่าท่านได้เป็นผู้พิชิตภูกระดึงแล้ว นั่งพักเอาแรง ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกซะก่อน ดีใจกันให้เต็มที่ แต่อย่าเพิ่งเหลิงเพราะการเดินทางมันยังไม่สิ้นสุด หึหึ !!
  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากหลังแปเดินทางไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ระยะทาง 3,550 เมตร บางท่านขึ้นมาถึงหลังแปก็คิดว่าทำสำเร็จแล้ว แต่ที่จริงยังไม่ใช่ คุณจะต้องเดินทางราบกลางแดดร้อนที่ไม่ทีร่มไม้เลยอีกกว่า 3.5 กิโลเมตร มันช่างโหดร้ายเสียจริงๆ 2 ข้างทางจะเป็นป่าสนสามใบ มีลักษณะสวยงามแปลกตา 

 ผ่านมาแล้ว 9 กิโลที่แสนเหนื่อย

แผนที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง ภูกระดึง

  เมื่อถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแล้วก็ให้รีบติดต่อขอเข้าที่พัก เช่าที่นอน ถุงนอน หมอน ผ้าห่ม ตรงจุดบริการด้านหน้าให้เรียบร้อยก่อน ส่วนถ้าใครไวจองบ้านพักบนภูกระดึงได้ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปครับ โดยคิดค่าบริการดังนี้ (ถ้าผมจำไม่ผิดนะ)

  • ค่าเช่าหมอน ราคา 10 บาท / คืน /ใบ
  • ค่าเช่าผ้าห่มผืนเล็ก ราคา 15 บาท / คืน /ผืน
  • ค่าเช่าผ้านวมผืนใหญ่ ราคา 30 บาท / คืน /ผืน
  • ค่าเช่าที่รองนอนขนาดสำหรับ 1 ท่าน ราคา 20 บาท / คืน / อัน
  • ค่าเช่าถุงนอน ราคา 30 บาท / คืน / อัน
  • ค่าเช่าเสื่อ ราคา 10 บาท / คืน /ผืน
  • แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวบนภูกระดึงแผ่นละ 10 บาท (ปริ้นของผมไปก็ได้ จะได้ไม่ต้องไปเสียตัง อิอิ)
  • รับบริการชาร์จแบตมือถือและอื่นๆ 20 บาท / ครั้ง / 2 ชั่วโมง (จริงๆมีร้านอาหารหลายๆร้านให้บริการชาร์จแบต ทุกร้านก็คิดค่าชาร์จราคาก็แตกต่างกันไป แต่ผมแนะนำร้านบุญมีโอชาครับ เป็นร้านที่ผมประทับใจมากๆ ให้ชาร์จทุกๆอย่างฟรี!! อาหารก็อร่อยให้เยอะด้วย ผมกินที่ร้านนี้ทุกมื้อเลย ประทับใจมากๆครับ อยากให้มาลองทานที่นี่ดูสักมื้อ ถ้าไม่อร่อยให้ตามมาเตะผมถึงบางเบิดเลยเอ้า!!  โดยที่เจ้าของร้านเป็นป้าๆ 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คนใจดีมากๆ เดินขึ้นเขามาด้วยกัน ผลัดกันแซงมาตลอดทาง แต่เราก็งงว่าทำไมป้าแกเดินเหมือนไม่เหนื่อยเลย ที่ไหนได้ ป้าๆเขาเดินมามากว่า 10 ปีแล้วครับ เก่งมากๆ หนุ่มสาวเอย อย่ายอมแพ้ป้าๆเขานะ )

ร้านบุญมีโอชา ภูกระดึง ร้านบุญมีโอชา ภูกระดึง

ภาพคุณป้าร้านบุญมีโอชาที่ผมและเพื่อนๆไปฝากท้องมา

เลือกจุดกางเต็นท์ยังไงดี

   ถ้าใครที่จองบ้านพักบนภูกระดึงไว้ก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยครับ แต่จะบอกว่ามาภูกระดึงทั้งทีต้องนอนเต็นท์ บ้านพักบนภูกระดึงมันไม่ได้สบายกว่าเต็นท์เท่าไรหรอกครับ แถมอยู่ห่างไกลอีกด้วย เพราะส่วนบ้านพักบนภูกระดึงจะตั้งไว้ริมๆป่าเลยครับ จะกินข้าวทีก็เดินไกล เสี่ยงต่อการเจอกับทากด้วย ดังนั้นแนะนำนอนเต็นท์ดีกว่าครับ ประหยัด สบาย ได้บรรยากาศด้วย *0* 

    เมื่อเช่าและทำการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วให้ไปรับของทุกอย่าง ยกเว้นผ้าห่มและผ้านวม ได้ที่ด้านหลังอาคารศูนย์บริการ ส่วนผ้าห่มและผ้านวมสามารถไปรับได้ที่ โรงผ้าห่ม หรือ โรงพัสดุ เป็นอาคารลายพราง ทางด้านทิศตะวันตก แล้วไปเลือกเต็นท์เหมาะๆ ทำเลดีๆ แล้วจับจองซะ โดยสามารถเลือกเต็นท์ที่ไม่มีคนจองไว้ โดยสังเกตว่าหากเต็นท์ไหนเปิดอยู่ เต็นท์นั้นล่ะว่าง มุดเข้าไปเลย แนะนำให้ลองลูบๆพื้นดูว่าพื้นเต็นท์ก่อนว่าเรียบสม่ำเสมอดีมั้ย ถ้าไม่เรียบก็ออกมาเลือกหลังใหม่ ไม่งั้นนอนปวดหลังทั้งคืนแน่ๆ เลือกใกล้ๆห้องน้ำ แต่อย่าให้ติดนะครับ เพราะจะชื้นแฉะ ทากมันชอบ หรือเลือกใกล้ๆร้านอาหารก็ดีครับ เรื่องปากท้องสำคัญที่สุด 555 และอย่าลืมสำรวจดูรอบๆเต็นท์ว่า มีจุดไหนขาดชำรุดมั้ย ถ้าฝนตกขึ้นมาได้นอนเปียกกันแน่ๆ เมื่อเลือกได้แล้วก็เอาของไปเก็บให้เรียบร้อย อาบน้ำอาบท่าให้เย็นสบาย แล้วจึงค่อยมารอรับของจากลูกหาบบริเวณจุดชั่งน้ำหนักขาลง ใกล้ๆกับจุดรับที่นอนและหมอนครับ เพราะปกติลูกหายจะแบกของขึ้นมาช้ากว่าเรา (ก็ใช่สิ เราเดินมาตัวเปล่านี่) และเมื่อมาถึงก็จงตรวจเช็คดูสัมภาระก่อนจ่ายเงินให้กับลูกหาบนะครับ แต่เชื่อว่าของจะอยู่ครบครับ คนภูกระดึงใจดีทุกคน ^^"

ได้ที่พักแล้วยังไงต่อล่ะ

  เมื่อจัดการเรื่องที่พักลงตัวแล้ว จะทำอะไรกันต่อดีล่ะ บางคนก็หาอาหารใส่ปากทดแทนเหงื่อที่เสียไปก่อนแล้วเข้านอน แต่ผมแนะนำว่าวันแรกถ้าไปถึงยังไม่เย็นมากก็ให้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูกครับ เพราะว่าเดินไปไม่ไกลจากจุดการเต็นท์มากนัก ประมาณ 2 กิโลเมตรกว่าๆ แล้วอย่าลืมเอาไฟฉายไปด้วยนะครับ เพราะขากลับจะมืดแล้ว โดยที่ผาหมากดูกมีร้านอาหารไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ไปให้ถึงซักก่อน 6 โมงเย็นครับ และพระอาทิตย์จะตกราวๆ 6 โมงครึ่งรอจนสิ้นแสง ก็ได้เวลาเดินทางกลับที่พัก โดยเดินกลับท่ามกลางความมืด ไฟฉายนี่แหละจะเป็นตัวนำทางท่านกลับไปยังที่พัก ถ้าเกิดมีหลายกระบอกแนะนำว่าใช้ทีละกระบอกนะครับ ถ้าแบตหมดขึ้นมาจะได้มีสำรองไว้ และเมื่อเดินทางกลับถึงเต็นท์ก็ได้เวลานอน โดยร้านอาหารจะปิดเวลา 4 ทุ่ม หากท่านใดหิวก็รีบไปทานซะนะครับ แต่ถ้าไม่หิวก็ไปอาบน้ำกัน โดยการอาบน้ำที่ภูกระดึงนั้นเป็นอะไรที่สนุกมาก โดยห้องน้ำของที่ภูกระดึงนั้นจะแบ่งเป็นหลายๆห้อง ห้องอาบน้ำจะเป็นแบบฝักบัว สะอาดครับมีคนดูแลทำความสะอาดทุกวัน ซึ่งผมไม่เคยอาบน้ำที่ไหนเย็นเท่าที่นี่มาก่อนเลย กลั้นใจแล้วกระโดดเข้าไปใต้ฝักบัวเลย ชาไปทั้งหน้าเลยครับ เย็นได้ใจจริงๆ อาบเสร็จก็กลับมารีบเข้านอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพราะพรุ่งนี้อัดแน่นด้วยโปรแกรม ต้องเดินทั้งวัน การพักผ่อนจึงสำคัญมากๆ แต่ถ้าใครยังไม่อยากนอนก็มาล้อมวงนับเลขก็ได้ครับ ได้บรรยากาศดี (แต่อย่าเสียงดังรบกวนเต็นท์อื่นล่ะ) แล้วถ้าเวลาจะไปไหนก็อย่าลืมปิดเต็นท์ด้วยล่ะ ไม่งั้นอาจจะโดนเจ้ากวางมารื้อค้นหาของกินได้นะ

กวางบนภูกระดึง

เจ้ากวางยิ้มแฉ่งเลย ฮี่ ฮี่ ฮี่ !!

 

ใกล้เช้าแล้ว เตียมตัวไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นกัน

   ใกล้เช้าแล้วตื่นมารีบทำธุระ เพราะเราจะออกเดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นกัน โดยเวลาประมาณ ตี 5 จะมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานเดินนำพาไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งทางไปผานกแอ่นนั้นอันตราย เนื่องจากเป็นเส้นทางหากินของช้างป่า เคยมีนักท่องเที่ยวถูกช้างป่าทำร้ายมาแล้ว จึงห้ามไปกันเองนะครับ เดินทางกันประมาณเกือบ 2 กิโลเมตรก็ถึงที่หมายครับ และเมื่อไปถึงผานกแอ่นก็เลือกที่นั่งจับจองมุมสวยๆเพื่อเก็บภาพประทับใจได้เลยครับ

  ที่ผานกแอ่นตอนเช้าๆจะมีร้านอาหารจำพวกกาแฟ โอวัลติน ขนมปังไว้ใหบริการนักท่องเที่ยวด้วยครับ ถ้าหากตื่นเช้ามาแล้วหิวก็มาฝากท้องที่นี่ได้เลยครับ ที่ผานกแอ่นเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก ถ้ามาก่อนสว่างจะได้เห็นแสงไฟจากชุมชนด้านล่าง  อากาศเย็นสดชื่นแนะนำว่าถ้าไปผานกแอ่นก็อย่าลืมเอาเสื้อกันหนาวไปด้วย เพราะช่วงที่รอพระอาทิตย์ขึ้นจะหนาวมาก ถึงขนาดสั่นกันเลยทีเดียว และเมื่อเดินทางกลับสามารถแวะเที่ยวลานพระแก้วซึ่งเป็นทางผ่านก่อนกลับไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวได้

แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวบนภูกระดึง

แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวบนภูกระดึง

 

สถานที่ท่องเที่ยวบนภูกระดึง

สถานที่ท่องเที่ยวบนภูกระดึงมีหลายที่ แต่ว่าแต่ละที่จะค่อนข้างไกลกันมาก จะต้องเดินกันหลายชั่วโมงถึงจะครบ แต่ว่าทุกที่ล้วนแล้วแต่สวยงามและคุ้มค่ากับความเหนื่อยแน่นอน

ป้ายนำทางบนภูกระดึง

     - น้ำตกวังกวาง น้ำตกวังกวางอยู่ใกล้ที่พักศูนย์วังกวางมากที่สุด โดยมีระยะทางห่างราว 1 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นน้ำตกเล็กๆ ชั้นที่สูงสุด จะสูงประมาณ 5-7 เมตร ด้านข้างของน้ำตกมีทางแคบๆ สำหรับ ปีนลงไปทีละคน จะพบหลืบหินมีลักษณะคล้ายถ้ำใต้น้ำตก น้ำตกวังกวางมีความสวยงามมากในฤดูฝนส่วนในฤดูท่องเที่ยวซึ่ง เป็นฤดูแล้ง ปริมาณน้ำค่อนข้างน้อย นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมได้ง่ายใกล้ที่พัก

     - น้ำตกเพ็ญพบใหม่ มีน้ำตกไหลลงไปเป็นช่วง เป็นภาพที่สวยงาม เส้นทางเดินโดยรอบค่อนข้างแคบ อากาศในบริเวณนี้ค่อนข้างเย็น น้ำตกมีความสูงประมาณ 8 เมตร ความกว้างของแผ่นหินประมาณ 25 เมตร น้ำจะไม่ตกทั่วแผ่นหิน จะไหลเป็นช่วงๆ  จะมองเห็นภาพน้ำตกลงจากหน้าผา หินหัก และมีต้นเมเบิ้ลขึ้นอยู่ด้านข้างเคียง

     - น้ำตกโผนพบ ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ โผน กิ่งเพชร นักมวยแชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของประเทศไทย ผู้พบน้ำตกแห่งนี้ เมื่อครั้งที่ขึ้นไปซ้อมมวยให้ชินกับอากาศหนาว ก่อนเดินทางไปชกต่างประเทศ เป็นหนึ่งในน้ำตกหลายจุดอันเกิดจากสายน้ำวังกวาง ห่างจากตัวน้ำตกเพ็ญพบใหม่เพียง 558 เมตร น้ำตกไหลเป็นชั้นๆ ตามโขกหินดูคล้ายขั้นบันได ในส่วนของลำธารส่วนบนของน้ำตกโผนพบนี้ สามารถไปยืนชมตัวน้ำตกกลางลำธารซึ่งจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม น้ำตกมี 8 ชั้น สูงประมาณ 30 เมตร

     - น้ำตกเพ็ญพบจ ากที่พักศูนย์วังกวาง ถึงน้ำตกเพ็ญพบสามารถเดินทางได้หลายทางแต่ทางที่นิยมคือ เดินเส้นทางสายน้ำตก ผ่านน้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ จะถึงน้ำตกเพ็ญพบ รวมระยะทางประมาณ 4.0 กิโลเมตรเส้นทางเดินเลาะตามลำธาร

     - น้ำตกถ้ำใหญ่ จากน้ำตกเพ็ญพบ มีระยะทางประมาณ 2.0 กิโลเมตร สภาพเส้นทางแคบมีความชันสูง มีต้นเมเปิ้ลระหว่างทางเป็นระยะๆ น้ำตกถ้ำใหญ่ มีลักษณะเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ เกิดการยุบตัวลงมาบริเวณด้านล่าง มีน้ำไหลลงมากระทบกับหิน ที่ยุบตัวลงมาด้านล่างของน้ำตกเป็นเพิงผาถ้ำขนาดใหญ่ น้ำกระเซ็น มีความชื้นสูง น้ำตกถ้ำใหญ่มีความแปลก นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพบริเวณด้านล่างของน้ำตกมีก้อนหินขนาดใหญ่เป็นจุดถ่ายภาพ จะให้ภาพที่มีน้ำตกและก้อนหินหักเป็นฉากในบริเวณนี้เป็นก้อนหินตามลำน้ำ

     - สระอโนดาต เป็นสระหินขนาดเล็ก ตื้น มีน้ำตลอดทั้งปี รอบๆสระมีต้นสนใหญ่ให้ร่มเงา จริงๆก็ไม่มีอะไร แต่พักเล่นน้ำที่นี่ให้หายเหนื่อยกันก่อนต้องเดินต่อก็ดีนะ

     - น้ำตกสอเหนือ เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูง 10 เมตร ชั้นเดียว เกิดจากการพังทลายของแผ่นดินขนาดใหญ่เช่นเดียวกับน้ำตกหลายแห่ง ผาหินคล้ายน้ำตกเพ็บพบใหม่ มีสายน้ำไหลกลายเป็นบริเวณกว้าง

     - น้ำตกสอใต้  อยู่ในลำธารสายเดียวกับน้ำตกสอเหนือและอยู่ไม่ไกลกันนัก เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่เกิดจากหน้าผาหินถล่มลงไป โดยปกตินักท่องเที่ยวจะไม่ไปที่น้ำตกนี้เพราะไม่สวยงามเท่าไร แถมไปยากอีกต่างหาก

     - ผาหล่มสัก ถ้าไม่มาชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ ก็เหมือนไม่ได้มาเยือนภูกระดึง ผมพูดจริงๆ ตัวผาหล่มสักอยู่ห่างจากผาแดง 2.5 กิโลเมตรแต่ถ้าเดิน จากที่พักที่ศูนย์วังกวาง จะมีระยะประมาณ 9 กิโลเมตร หากคิดจะเดินมาต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะมันเหนื่อยมากแถมขากลับจะต้องเดินกลับท่ามกลางความมืดอีก อย่าลืมพกไฟฉายมาด้วยล่ะ ลักษณะของผาหล่มสักจะมีแผ่นหินแปลกตากับโค้งกิ่งสนที่รองรับกัน จะใช้เป็นจุดชมวิวดูดวงอาทิตย์ตกดิน และน่าจะถือได้ว่าเป็นภาพที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของอทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่ผาหล่มสักจะมีร้านอาหารเปิดบริการอยู่หลายร้าน แต่อาหารที่นี่จะเป็นจุดที่อาหารแพงที่สุดบนภูกระดึง ยกตัวอย่างน้ำอัดลม 1.25 ลิตร จาก 25 บาทกลายเป็น 90 บาท แต่ผมก็ยอมจ่าย เพราะเดินมาจากเส้นทางน้ำตก มันเหนื่อยมาก !!

     - ผาแดง อยู่ระหว่างผาเหยียบเมฆกับผาหล่มสัก ตรงนี้สามารถเดินลัดเลาะออกมาจากน้ำตกถ้ำสอเหนือได้เช่นกัน โดยที่ผาแดงไม่ได้รับความนิยมเท่าผาหล่มสัก แต่ถ้าหากใครไม่ชอบความวุ่นวาย หรือไม่ชอบแย่งที่ถ่ายรูปกับใครก็แนะนำที่ผาแดงนี่ล่ะครับ

     - ผาเหยียบเมฆ อยู่ห่างจากผานาน้อยราว 2 กิโลเมตร ลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่พอสมควร หน้าผาสูงชัน มองทิวทัศน์ได้ไกล ข้างล่างเป็นป่าไผ่ โดยมากมักเป็นจุดแวะกลางทางบนเส้นทางเลียบผาสู่ ผาหล่มสัก

     - ผานาน้อย ที่ตั้งอยู่ห่างจาก ผาหมากดูก มาทางทิศตะวันตก ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร สามารถเดินเข้ามาจากสระแก้วได้เช่นกัน ระยะห่างราว 2 กิโลเมตร มีลานหิน อยู่ริมหน้าผา ผาแห่งนี้จะอยูใกล้เคียงกับหมู่บ้านนาน้อยตรงเชิงเขา

     - ผาจำศีล อยู่ระหว่างผาหมากดูก กับผานาน้อย แต่มีรอยแยกและร่องหินให้ระมัดระวัง ในการเดินเวลากลางคืนหรือในช่วงที่มีหมอกปกคลุมให้ดี เดิมเคยเป็นจุดที่เคยมีพระสงฆ์มาพำนัก ปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน บริเวณใต้หน้าผา ตรงจุดนี้ไม่มีร้านอาหาร

     - ผาหมากดูก จุดนี้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ใกล้ที่สุด จากที่พักศูนย์วังกวาง ห่างเพียงระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ทำเลชมตะวันลับฟ้า ตรงจุดนี้เป็นลานหิน มีร่องแยกลึก ใครที่ไม่มีเวลามากนัก หรือ เดินไปผาหล่มสักไม่ไหว หรือ เพิ่งขึ้นจากหลังแปตัดทางมาชมพระอาทิตย์ตกเลย มักจะเลือกผาหมากดูกแห่งนี้เป็นเป้าหมาย จุดนี้มีร้านอาหารบริการด้วยครับ

 

เมื่อถึงเวลาเดินทางกลับ

    เที่ยวกันและแล้วก็ถึงเวลาแยกย้าย หลังจากเที่ยวกันครบแล้วก็จำเป็นจะต้องพบกับศึกหนักอีกครั้งเป็นการส่งท้าย โดยที่เราจะต้องเดินทางกลับในเส้นทางเดิมที่เราเดินขึ้นมา แต่ลักษณะการเดินจะเปลี่ยนไป เพราะเป็นการเดินลงเขา โดยขาขึ้น เราอาจจะเห็นหลายๆกลุ่มที่ใช้วิธีวิ่งลงเขา เราก็จะยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงวิ่ง ซึ่งการเดินลงเขาบางท่านอาจจะคิดว่าไม่เหนื่อย คงจะสบายๆ แต่เมื่อได้ลองเดินลงเขาจริงๆแล้วจึงได้รู้ว่ามันไม่ได้สบายไปกว่าการเดินขึ้นเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะการเดินลงเขาน้ำหนักของร่างกายจะโน้มลงไปข้างหน้ามากกว่าปกติ ตัวของเราก็เหมือนกับจะพุ่งไปด้านหน้า ทำให้นิ้วเท้าของเราต้องออกแรงมากกว่าปกติ ประมาณว่าจะต้องใช้นิ้วเท้าจิกกับพื้นรองเท้าเพื่อประคองตัวไม่ให้พุ่งไปด้านหน้า อีกทั้งยังมีใบไม้แห้งที่ทำให้รองเท้าของเราไม่ยึดเกาะกับพื่นผิว จึงอาจจะลื่นได้ และเมื่อเวลาเดินลงเขาไปนานๆจะเจ็บนิ้วเท้ามาก แต่ถึงจะเจ็บแค่ไหนก็ต้องอดทนนะครับ พยายามอย่าวิ่ง อย่าถอดรองเท้าเพื่อเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขาพลิกหรือเสียหลักลื่นล้มได้ โดยสมาชิกสาวในกลุ่มของผมเอาที่ไปเที่ยวภูกระดึงครั้งล่าสุด ใส่รองเท้าแตะเดินแล้วขาพลิก จุดที่เอ็นพลิกเกิดอาการบวมเป็นลูกมะนาวไม่สามารถเดินต่อได้ จึงต้องเรียกหน่วยลูกหาบฉุกเฉินมาแบกลงเขา และในอีกกรณีที่มีนักท่องเที่ยววิ่งลงเขา ผมก็ได้พบเหตุการณ์นักท่องเที่ยวกลิ้งลงเขา จึงอยากเตือนว่าการลงเขานั้นอันตรายกว่าการขึ้นเขา จึงหวังว่านักท่องเที่ยวจะใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง แล้วจะปลอดภัย มีความทรงจำดีๆเก็บไว้เล่าสู่กันฟังนะครับ

ขาพลิกที่ภูกระดึง

ของฝากจากภูกระดึง ^^

 

    เมื่อลงมาถึงจุดบริการนักท่องเที่ยวด้านล่างแล้ว ก็จะมีจุดที่ให้นักท่องเที่ยวนั่งพักรอให้รถมารับ ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่กลับด้วยรถแดง 2 แถวก็จะต้องนั่งรอบริเวณจุดชั่งน้ำหนักสัมภาระ จะมีรถมารับกลับไปผานกเค้าเป็นระยะครับ แต่ถ้าใครทีเอารถมาเองก็อาบน้ำล้างหน้าแล้วก็ขึ้นรถกลับกันได้เลยครับ

 

เอาล่ะครับ หวังว่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไว้ใช้สำหรับวางแผนการท่องเที่ยวกันแล้วนะครับ ขอให้เดินทางกันให้สนุกและปลอดภัย หลังจากกลับจากภูกระดึงก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ โชคดีครับ^^"

 




เที่ยวทั่วไทย 77 จังหวัด

ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ article



1

ความคิดเห็นที่ 1 (143337)
avatar
ying

ไปมาแล้วปี2527สนุกมากๆๆๆๆตอนนี้สังขารไม่ไหวแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น ying วันที่ตอบ 2012-07-16 19:20:16 IP : 192.168.18.152,


ความคิดเห็นที่ 2 (144273)
avatar
ภูกระดึง

เพื่อนชวนไปอีกรอบ

คิดหนักเลย ไปดีไม่ไปดี เพราะรอบที่แล้วเหนื่อยแทบขาดใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภูกระดึง วันที่ตอบ 2012-07-31 12:43:14 IP : 125.27.244.122


ความคิดเห็นที่ 3 (144789)
avatar
เอ๊าะ..สะพานควายค่ะ

 ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูล...อ่านไปยิ้มไปเพราะคิดถึงบรรยากาศที่เคยสัมผัส (เคยไปมาแล้วซัก 5-6 ปีที่แล้ว)

ตอนนี้กำลังตัดสินใจอยู่...หาข้อมูลเพิมเติมเรื่อยๆ...เพราะคราวที่แล้วไม่มีข้อมูลไดๆเลย...อยากไปไปเลยไม่ได้เตรียมตัวซักนิด

ยังไงก็ขอขอบคุณด้วยนะค๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ๊าะ..สะพานควายค่ะ (chob26-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-10-20 11:11:43 IP : 110.171.86.170


ความคิดเห็นที่ 4 (145032)
avatar
คิมูจิ

ขอบคุณมากครับ ตื่นเต้นมาก กำลังจะไปสัมผัสความโหด 14-17 ธันวาคม 2555 นี้

ขอบคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ผู้แสดงความคิดเห็น คิมูจิ (yutthana6314-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-08 16:33:27 IP : 58.10.99.213


ความคิดเห็นที่ 5 (145055)
avatar
Znew

 เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 31 พฤษภาคม ของทุกปี
ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี 

แล้วเดือน ธันวาคม ไปได้ไหมคะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น Znew วันที่ตอบ 2012-12-14 10:50:58 IP : 203.113.116.77


ความคิดเห็นที่ 6 (145058)
avatar
Admin

เดือนธันวาคมไปได้ครับ

น่าไปมากๆ อากาศดี เหมาะสุดๆแล้วครับ

รับรองว่าไปแล้วไม่มีผิดหวัง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (bangburd-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-14 19:42:30 IP : 125.27.246.233


ความคิดเห็นที่ 7 (145076)
avatar
kimuji

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวภูกระดึงให้ฟัง 14-17 ธ.ค. 55

-พวกเรานัดกันที่หมอชิตก่อน 22.00 แต่ที่ไหนได้กว่าจะเดินทางไปถึงหมอชิต 22.10 รถออก 22.15 วิ่งกันตาเหลือก 555+

-แอร์เมืองเลย ขับรถได้ชิวมาก ตี1 พึ่งจะถึงแค่สระบุรี พักกินข้าวแถวปากช่อง ตอนตี2 นิดๆ

-ถึงผานกเค้า ร้านเจ๊กิม 07.00 เป๊ะ ไปถึงก็จองตั๋วกลับ ล้างหน้าแปรงฟันกินข้าว

-08.00 มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ด้วยรถแดง

-ถึงอุทยานก็ติดต่อเรื่องที่พัก

-8.30 Let go พิชิตหลังแปกัน  ซำแรกก็เล่นเอาหอบเลย สมชื่อซำแฮกจริงๆ ผ่านไปหลายซำแวะพักทั้งหมด 2 ครั้ง ได้เฉาก๊วยเย็นๆอร่อยใน 3 โลก เดินผ่านซำแล้ว ซำเล่า หนทางทรหดสุดๆ ทั้งทางขึ้นเขา เจอทั้งหิน บันไดชัน กว่าจะถึงหลังแปเล่นเอาเหนื่อยแทบขาดใจ

-ถึงหลังแป 14.45 ขึ้นมาถึงรู้สึกภูมิใจมาก ถ่ายรูป กับป้ายครั้งหนึ่งในชีวิตขอพิชิตภูกระดึง เดินทั้งหมด 5.5 กม. กว่าจะถึงยอด

-เดินเท้าต่ออีก 3กม. เพื่อเข้าสู่ศูนย์ท่องเที่ยววังกวาง ถึงศูนย์ 15.30  ติดต่อเรื่องเต๊นท์ ทีแรกนึกว่าต้องกางเอง แต่ทางอุทยานเขาเตรียมไว้ให้แล้ว หลังไหนว่างเข้าได้เลย  พวกเราไม่ไปไหนกานเลย เพราะไม่ไหวแล้วสำหรับวันแรก

ใครไม่เคยอาบน้ำแข็ง รับรองทีนี่จัดให้ได้ น้ำเย็นมาก

-ทานข้าวร้านประจำร้านน้องโบว์ ป้าแกใจดีมาก ถ้าไปขอแนะนำร้านนี้ กินสุกี้ตอนอากาศหนาวๆนี่มันสุดยอดจริงๆ

 

วันที่ 2

เดินทางออกจากที่พักตอน 13.00 ถือว่าสายมาก

เส้นทางที่ไปน้ำตกถ้ำใหญ่ เนื่องจากสายแล้วจึงไม่สามารถไปน้ำตกอื่นๆต่อได้ เพราะมันจะมืดซะก่อน เกรงช้างป่า จึงไม่กล้าไปต่อ เสียดายมาก ทั้งน้ำตกเพ็ญพบ เพ็ญพบใหม่ โผนพบ อดหมด เฮ้อ....

เดินเท้าต่อไปยังสระอโนดาด ถึงสระอโนดาด 14.45 เดินมาจากน้ำตก 2 กม.กว่า แวะถ่ายรูป เอาเท้าแช่น้ำเย็น

เป้าหมายสุดท้ายคือผาหล่มสักเหลืออีก 7 กม.กว่า กับเวลาแค่ 1.30 ก่อนพระอาทิตย์ตก เดินกันขาขวิดเลย ผ่านทั้งป่าทึบ กว่าจะถึงผา

-ถึงผาหล่มสัก 17.00 เหนื่อยสุดๆ ทานข้าวเอาแรงกันก่อน ข้าวไข่เจียวหมูสับ อร่อยแท้ ดวงอาทิตย์ตก17.45 ถ่ายรูปกันพอสมควร 18.00 ฟ้ามืด ถึงเวลากลับ ต้องเดินกลับที่พัก 9 กม. กว่าๆ กับสภาพที่มืดสนิท ถ้าไม่มีไฟฉายกันแย่แน่ๆ ใช้เวลาแค่ 2 ชม. ถึงที่พัก ซอยยิกเลย ไม่อยากอาบน้ำแต่ทำไม่ได้ เน่ามาทั้งวันและ เหนื่อยสุดๆ นอนกันเร็วมาก

วันกลับ

ออกจากที่พัก 13.00 เป๊ะ ซวยละสิ เขาไม่ให้ลงหลังจาก14.00 เพราะจะมืดกลางทาง จ้ำอ้าวเลยพี่น้อง เดินถึงหลังแป 3 กม. ใช้เวลาแค่ 30 นาที ถึงหลังแปถ่ายรูปนิดนึง

-ขาลงเป็นอะไรที่สุดๆมาก ขึ้นว่าลำบากแล้ว ลงนี่สุดๆ เพราะสภาพขาเราล้ามาจากเมื่อวาน แรงแทบไม่มี ถ้าลื่นก็จบ เบรกไม่อยู่แน่ ทางลำบาก กว่าจะถึงข้างล่าง 16.30  เป็นการลงที่เร็วๆสุดๆ ใช้เวลาแค่ 2 ชม. นิดๆ

 

ทริปนี้เดินทั้งสิ้น 40 กม. ถามเพื่อนและแฟนว่า ถ้าให้มาอีกเอาไหม คำตอบคือ ไม่!!! 5555+  

 

สงสัยจะเป็นแค่ครั้งเดียวจริงๆ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวไม่ตรงกับคำที่ว่า  ครั้งหนึ่งในชีวิตขอพิชิตภูกระดึง

ขอบคุณครับ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น kimuji วันที่ตอบ 2012-12-22 17:53:15 IP : 58.10.65.144


ความคิดเห็นที่ 8 (145084)
avatar
ไครไม่รู้

จะไปวันที่ 30 นี้ คิดว่าคนจะเยอะไหมค่ะ ไปครั้งแรกเลย กลัวตัวเองจะแย่อยู่เหมือนกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ไครไม่รู้ วันที่ตอบ 2012-12-26 10:45:04 IP : 1.4.232.151


ความคิดเห็นที่ 9 (145096)
avatar
คิมูจิ

 คุณไครไม่รู้ ควรฟิตร่างกายสักนิด เพราะคุณต้องเดินตลอดทริป หากไม่เช่าจักรยาน เตรียมใจให้พร้อมนะครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คิมูจิ (yutthana6314-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-27 09:13:02 IP : 58.10.64.66


ความคิดเห็นที่ 10 (145098)
avatar
Admin

สวัสดีครับคุณคิมูจิ

อ่านแล้วก็นึกถึงแล้วก็อมยิ้มตาม

แต่ก็เสียดายแทนที่ตื่นกันสาย เลยเดินเที่ยวไม่ครบทุกที่เลย

ไม่เป็นไรโอกาสหน้าไปเหนื่อยกันใหม่นะครับ 5555

 

ส่วนวันที่ 30 นี้คนเยอะแน่นอนครับ ผมว่าคนเยอะๆก็สนุกดี เฮฮาตลอดทางแน่นอนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (bangburd-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-27 11:56:09 IP : 125.27.242.111


ความคิดเห็นที่ 11 (145135)
avatar
Mathu

กำลังจะไป 2nd Round ในวันที่ 17-19 / 1 / 13 นี้ค่ะ

ฮึ้บๆ !!!! ^ ^

ผู้แสดงความคิดเห็น Mathu วันที่ตอบ 2013-01-08 10:31:16 IP : 203.144.217.230


ความคิดเห็นที่ 12 (145211)
avatar
taro

 

ขอบคุณค่า

มีประโยชน์มากๆ

ไปเที่ยวช่วงต้นเดือนมีนาคมจะดีมั๊ยคะ พอดีมีเวลาว่างช่วงนั้น ^^"

ผู้แสดงความคิดเห็น taro วันที่ตอบ 2013-02-03 16:54:30 IP : 125.24.62.126


ความคิดเห็นที่ 13 (145244)
avatar
Admin

ไปช่วงต้นเดือนมีนาคมก็ได้ครับ

แต่อาจจะไม่ค่อยหนาวเท่าไรนะ กลัวจะไม่ถึงใจ

อีกอย่างก็คือ ถ้าไปช่วงนั้นธรรมชาติมันเริ่มช้ำเนื่องจากเปิดมาหลายเดือนจนใกล้จะปิดแล้ว

ถ้าไปก็อย่าลืมกลับมาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (bangburd-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-11 16:35:45 IP : 125.27.247.93


ความคิดเห็นที่ 14 (145246)
avatar
pin

 ไปมาแล้ว 25-27 มค.56 เหนื่อยมากอากาศตอนกลางคืนหนาว พระอาทิตย์ก็ไม่ได้ดูเพราะฝนตก น้ำตกก็ไม่มี ผาหล่มสักก็ไม่ได้ไป(เพราะขี้เกียจเดิน และฝนก็ตกด้วย) ดีหน่อยเช้าวันที่ 27 อากาศดีมากบรรยากาศสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ภาพโดยรวมก็ดี

ผู้แสดงความคิดเห็น pin วันที่ตอบ 2013-02-12 14:07:15 IP : 49.48.98.227


ความคิดเห็นที่ 15 (145257)
avatar
Admin

ไปแล้วเจอฝน เศร้าแทนเลยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (bangburd-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-02-16 16:10:21 IP : 125.27.241.66


ความคิดเห็นที่ 16 (145302)
avatar
Golf

 ผมมีโปรแกรมจะไปกะเพื่อนๆๆ ช่วง 11-13 มีนา นี้คับ ไม่ทราบว่าอากาศยังจะหนาวอยู่ป่ะคับ เพราะผมไม่มีข้อมูลเลย แต่เพื่อนๆๆผมรู้สึกจะตื่นเต้นมากกะทริปนี้คับ ไงก้อขอบคุณล่วงหน้าน่ะคับ อิอิอิ

ผู้แสดงความคิดเห็น Golf วันที่ตอบ 2013-03-05 18:35:52 IP : 27.55.10.159


ความคิดเห็นที่ 17 (147036)
avatar
Accord VTiS

ไปมาแล้วเมื่อปี2513 กำลังจะพาหลานๆไปเที่ยวเดือนหน้านี้ ข้างบนสวยมากๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น Accord VTiS (nugderntang-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-08 19:38:05 IP : 110.168.232.32


ความคิดเห็นที่ 18 (147070)
avatar
ไปมาแล้ว

 ไปภูกระดึง ฝนตกกลางคืน น้ำเข้าไปในเต้นท์ เปียกหมดเลย ไม่ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกเลย ปวดขามากๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ไปมาแล้ว (kongwanthip-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2014-10-27 22:57:19 IP : 49.230.174.178



1


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บางเบิดรีสอร์ท 
เลขที่ 103 หมู่ 5. ตำบลทรายทอง
บางสะพานน้อยประจวบคีรีขันธ์ 77170
เบอร์โทร: 08-1526-6962, 08-6075-7521, 08-9546-5915, 0-3281-7235, Fax 0-3281-7234
อีเมล: sanya.bangburd @ hotmail.com
เว็บไซต์: www.bangburdtour.com

เกาะทะลุ ดำน้ำ ตกหมึก บางเบิด ที่พัก ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

  Yahoo bot last visit powered by MyPagerank.NetGoogle bot last visit powered by Gbotvisit.com